Bitcoin The Missing Piece

BITCOIN THE MISSING PIECE OF “DIGITAL REVOLUTION”

เรากำลังอยู่ในช่วงของการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเรียกว่า ปฏิวัติสังคมดิจิตอล “Digital Revolution” ซึ่งได้ก่อตัวมาตั้งแต่กลางๆศตวรรษที่แล้ว ปลายทางของการปฏิวัติครั้งนี้คือ การนำพาพวกเราไปสู่ “สังคมดิจิตอล” เป็นยุคข้อมูลข่าวสารที่ #บุคคลมีอำนาจอธิปไตยในตัวเอง ซึ่งเชื่อว่า “ความรับผิดชอบส่วนบุคคลเป็นหนทางไปสู่อิสรภาพและชีวิตที่มีคุณภาพ”


INDUSTRIAL REVOLUTION HISTORY

หากเราย้อนกลับไปยังยุคกลาง (Middle Age) ประมาณศตวรรษที่ 15 เป็นยุคสังคมเกษตรกรรม ที่ดินและแรงงานคนเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุด ผู้คนต้องอยู่กับที่และยึดติดกับพื้นที่ทำมาหากิน อำนาจต่างๆถูกผูกขาดอยู่กับผู้ที่รู้หนังสือ จนกระทั่งโลกได้ประดิษฐ์เครื่องพิมพ์หนังสือในช่วงต้นๆศตวรรษที่ 15 ความรู้ และทฤษฎีต่างๆจึงถูกคัดลอกแพร่หลายและแชร์ไปยังผู้คนได้รวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น อำนาจที่เคยผูกขาดกับคนบางกลุ่มได้ถูกทำลายลง ต่อจากนั้นโลกมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในแขนงต่างๆอย่างรวดเร็ว และได้ประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆอีกมากมาย จนนำไปสู่การปฏิวัติทางอุตสาหกรรม ในยุคนี้เครื่องจักร โรงงาน เข้ามามีส่วนสำคัญในการผลิต มีการจัดระเบียบโครงสร้างทางสังคมใหม่ ผู้คนอยู่รวมกันภายใต้กรอบของรัฐสมัยใหม่ มีการออกกฎหมายมากมาย มีการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นกอบเป็นกำเพื่อนำไปใช้จ่ายในการบริหารจัดการรัฐ


ประมาณ 500 ปีของการอยู่รวมกันในรูปแบบและโครงสร้างของรัฐใหม่ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งนานวันสิ่งที่เรียกว่ารัฐแบบใหม่กำลังกลายพันธ์เป็น #รัฐแบบเก่า…555 มีออกกฎระเบียบต่างๆมากเกินไป มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลมากขึ้น มีความต้องการควบคุมชีวิตประชาชนมากขึ้น เพื่อขับอำนาจของตัวเองให้สำคัญและเด่นชัดขึ้น เพื่อการดำรงอำนาจต่อไปของตัวเอง แต่ไม่ใช่ความผาสุขของประชาชน ฟังดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากช่วงปลายๆของยุคกลางที่ศาสนจักรมีอำนาจล้นฟ้า เหนือชีวิตประชาชนของตัวเอง จนทำให้ผู้คนทนไม่ไหวและลุกขึ้นมาทำการปฎิวัติทางสังคม


TIME TO REVOLT (AGAIN)

ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคเศรษฐกิจสังคมดิจิตอล ที่ดินไม่ได้มีความสำคัญอีกต่อไป ทำให้เราไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่เครื่องจักรและโรงงานถูกลดความสำคัญลงไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ #สมองตัวเอง ความสามารถในการเสาะแสวงหาความรู้ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตัวเอง ปัจจุบันเราสามารถปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้ทั่วโลกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ขอบคุณอินเตอร์เน็ต ขอบคุณความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานจากที่ไหนก็ได้ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ เราจะนั่งถ่างตาทำงาน เขียนหนัง เขียนบทความ เขียนโปรแกรม ส่งงานเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตบอกใครแจ้งใครก่อน เราสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆโดยปราศจากการขออนุญาตจากรัฐ เช่น Uber และ Airbnb เรามีอำนาจอธิปไตยในตัวเอง อย่างไรก็ตามการปฏิวัติทางดิจิตอลยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์จนกว่าเราจะ disrupt ระบบการเงินการธนาคาร เพราะเมื่อสร้างผลงานได้แล้ว คุณค่าเกิดแล้ว เราจะเก็บรักษามูลค่ามันอย่างไรให้มันอยู่กับเราตราบนานเท่านานโดยไม่ด้อยค่าลง รัฐไม่สามารถทำให้มันด้อยค่าด้วยอัตราเงินเฟ้อ (Inflation) มูลค่าที่หามาได้เราจะเคลื่อนย้ายโยกย้ายมันอย่างไร ซึ่งมันต้องสามารถเคลื่อนย้ายไปกับเราได้ทุกที่ เราไม่อยากอยู่กับรัฐไหนเราก็จากมันไป...555 จิ๊กซอว์สุดท้ายของปฏิวัติทางดิจิตอล คือ เงินดิจิตอล มันคือ บิตคอยน์ (The Missing Piece ชิ้นส่วนที่หายไป) หากเราเก็บความมั่งคั่งไว้ในบิตคอยน์ ใครก็จะเอามันไปจากเราไม่ได้ มันจะนำพาเราปสู่อิสรภาพและชีวิตที่มีคุณภาพยิ่งกว่า


By #satochit