Bitcoin Use Cases vs Bitcoin Users
BITCOIN USE CASES vs BITCOIN USERS
บิตคอยน์ให้โอกาสทุกคนเท่ากัน คนตัวเล็กต้องเข้าก่อนและถือครองอย่างอดทน คนตัวใหญ่เข้าทีหลัง (จ่ายแพงกว่า) แต่เขาใช้มันเพื่อสร้างธุรกิจ
.
BITCOIN AS DIGITAL GOLD
ในช่วงประมาณ 12 ปีที่ผ่านมา (2009-2020) บิตคอยน์เป็นเรื่องของ “คนตัวเล็ก” (Retail) ประกอบด้วย กลุ่มผู้สนใจในเทคโนโลยีด้านการเงิน และนักลงทุนรายย่อยที่เห็นว่าเป็นโอกาสในการกำไรระยะสั้น คนที่สนใจด้านเทคโลยีมักจะศึกษาและหาความรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสมองเห็นความจริงก่อนคนอื่นว่าบิตคอยน์แท้จริงแล้วมันคือ “ทองคำดิจิตอล” เป็นเครื่องมือเพื่อเก็บรักษามูลค่า คนกลุ่มนี้จึงมักจะถือครองบิตคอยน์ด้วยความอดทน รอวันที่คนอื่นๆมองเห็นเหมือนที่ตัวเองเห็น ส่วนนักลงทุนรายย่อยมองว่าการเล่นบิตคอยน์เหมือนกับการเล่นหุ้น คิดแต่ว่าซื้อต่ำขายสูงเพื่อทำกำไร แต่ในทางปฏิบัติอาจทำไม่ได้จริง บ้างครั้งก็ได้กำไร บ้างครั้งก็ขาดทุนสลับกันไปตามปกติวิสัยของพวก day trade ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหากใครสามารถถือบิตคอยน์ไว้โดยไม่ขายเลย พวกเราทราบดีว่าผลตอบแทนที่ได้เป็นอย่างไร…100 เท่าเป็นอย่างน้อย
.
หลังจากปลายๆปี 2020 เป็นต้นมา บิตคอยน์คือ ทองคำดิจิตอล เริ่มเป็นที่เข้าใจและยอมรับของ “คนตัวใหญ่” (Wholesale) มากขึ้น (ขอบคุณ Covid-19 555) ขนาดความต้องการในการซื้อของคนตัวใหญ่มีย่อมมีขนาดใหญ่ตาม เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาทีก็ทำให้ราคาบิตคอยน์ดีดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มเป็นอุปสรรคกับคนตัวเล็กเพราะรู้สึกว่าราคาสูงไปเอื้อมไม่ถึง หากถามพี่ชิตว่าสายเกินไปในการเข้ามั๊ย ตอบทันทีว่ายังไม่สาย พี่มองว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของคนตัวใหญ่ ราคาอาจจะขึ้นไว แต่ข้อดีคือความเสี่ยงลดลง เพราะคนตัวใหญ่ถือในระยะยาว เมื่อคนตัวใหญ่เข้า คนที่ได้อนิสงค์มากสุดคือคนตัวเล็กที่มาก่อนกาล และถือครองด้วยความอดทน แฟร์มั๊ย..?
.
BITCOIN AS PAYMENT NETWORK
บิตคอยน์เพื่อการชำระเงิน เช่น จ่ายการค่าเบียร์ค่ากาแฟด้วยบิตคอยน์ กำลังจะกลายเป็นเรื่องในอดีต เพราะเราจะรู้สึกว่าค่าธรรมเนียมในการโอนจะแพงขึ้นเรื่อยๆ หากคิดเป็นเงินบาท แต่จริงๆแล้วค่าธรรมเนียมในการโอนก็ยังเท่าเดิมหากคิดเป็น Satoshi การชำระเงินผ่านบิตคอยน์ในอนาคตจะประมาณว่า “เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำ” เนื่องเทคโนโลยีบิตคอยน์ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด พื้นที่จัดเก็บข้อมูลธุรกรรมในบล็อกมีจำกัด (1MB) ถูกออกแบบให้มีความกระทัดรัดเพื่อรักษาระดับ decentralization การชำระด้วยบิตคอยน์จึงเหมาะสำหรับการทำชำระดุลระหว่างกันของคนตัวใหญ่ เช่น การทำชำระดุลข้ามประเทศระหว่างสถาบันทางการเงิน และนี่คือข่าวร้ายสำหรับคนตัวเล็ก หากต้องการชำระเรื่องเล็กๆต้องไปทำกันบนเทคโนโลยีเลเยอร์ 2 เช่น Lightning Network สรุป Bitcoin as Payment Network เป็นเรื่องของคนใหญ่ๆเอาบิตคอยน์ไปทำธุรกิจและสร้างนวัตกรรมบริการทางการเงิน ซึ่งไม่เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ Satoshi Nakamoto นี่เป็นการแสดงตัวอย่างให้เห็นว่า ตลาดเสรีมีอำนาจเหนือกว่าผู้สร้าง..เจ๋งอะ
.
By #Satochit