Why Bank of Thailand Should Buy Bitcoin
WHY BANK OF THAILAND SHOULD BUY BITCOIN
บิตคอยน์กับความมั่นคงของชาติในโลกยุคหลายขั้วอำนาจ
บทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับบิตคอยน์กับยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิตอลเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ในโลกยุคหลายขั้วอำนาจ พี่ชิตมีความเห็นว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรแบ่งเงินทุนสำรองระหว่างประเทศลงทุนในบิตคอยน์ เพื่อรักษาความมีเสถียรภาพของเงินบาทดิจิตอลในอนาคต
โลกกำลังอยู่ในช่วง ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อนและคลุมเครือ (WUCA) แต่ก่อนเราจะเข้าสู่โลกในยุคหลายขั้วอำนาจอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 10 ปี ประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกากับจีนกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำโลกในอนาคต ซึ่งอาจหมายถึงการเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานระบบการเงินโลกใหม่ ประเทศเล็กๆอย่างเราควรมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยของชาติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการปกครอง โดยเฉพาะการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิตอล ประเทศไทยควรเลือกแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่เปิดกว้าง (open source) เป็นกลาง (neutral) และกระจายศูนย์ (decentralize) ข่าวดีคือ คุณสมบัติทั้ง 3 ประการ มีอยู่ในเทคโนโลยี Bitcoin และ Ethereum
CRYPTO $1T INDUSTRY
หากเราพูดเรื่องบิตคอยน์กับยุทธศาสตร์ชาติเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว หลายคนคงคิดว่าพี่ชิตเพ้อเจ้อ แต่วันนี้บิตคอยน์คือทองคำดิจิตอล และกำลังจะได้รับฉันทามติจากตลาดและสถาบันทางการเงินระดับโลกให้ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินสำรองของโลก (Global Reserve Currency) คริปโตฯได้กลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 1 Trillion ดอลล่าห์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าบริษัท Uber Airbnb Stripe Slack รวมกัน มูลค่าตลาด 1 Trillion ดอลล่าห์สหรัฐ ของบิตคอยน์ใช้เวลาเพียง 12 ปี นับว่าเร็วเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับ Google ซึ่งใช้เวลา 21 ปี Amazon ใช้เวลา 24 ปี Apple ใช้เวลา 42 ปี และ Microsoft ใช้เวลา 44 ปี จากการที่บิตคอยน์ได้พิสูจน์ตัวเองทั้งในความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี และการได้รับมูลค่าจากตลาดที่สูงเป็นประวัติการณ์ในระยะเวลาอันสั้น ทำให้กลุ่มนักคิด นักสร้างบริษัททางเทคโนโลยี และนักลุงทุนระดับโลกให้การยอมรับ เช่น Elon Musk (Tesla) Marc Andreessen (VC Andreessen Horowitz) Jack Dorsey (Twitter & Square) และ Peter Thiel (PayPal) เป็นต้น
ในแง่ของเงินลงทุนกับนวัตกรรมบริการทางการเงิน หากประเทศไหนสามารถสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรกับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตฯ เชื่อได้ว่าประเทศนั้นสามารถดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้มหาศาล มีการสร้างงานใหม่ในประเทศ และที่สำคัญสุดสามารถดึงดูด Entrepreneur นักสร้างบริษัทไฮเทคให้เข้ามาก่อตั้งและลงทุนในประเทศนั้นๆ แต่หากประเทศไหนดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดก็จะเกิดผลกระทบในทางตรงข้าม นอกจากเงินทุนจะไม่ไหลเข้า เงินทุนอาจจะไหลออกนอกประเทศรวมถึงการสูญเสียนักคิดนักพัฒนาเทคโนโลยีคนเก่งๆที่จำต้องย้ายไปก่อตั้งบริษัทในต่างประเทศ ด้วยเหตุผลนี้เอง จึงทำให้ประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านเรามีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านกฎระเบียบ นโยบายภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเข้ามาลงทุนของคนกลุ่มคริปโตฯ เป็นการสร้างโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศจากนวัตกรรมบริการทางการเงินใหม่
BITCOIN FOR NATIONAL SECURITY
Bitcoin และ Ethereum เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการเงินและสินทรัพย์ดิจิตอลที่เปิดกว้าง เป็นกลาง และกระจายศูนย์ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าไม่มีประเทศไหนในโลกสามารถปิดกั้นหรือควบคุมเราจากการเข้าถึงเทคโนโลยีแพลตฟอร์มด้านการเงินนี้ได้ ทำให้ประเทศเรายังสามารรักษาอำนาจอธิปไตยทางการเงินเช่นเดิม ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มการโอนเงินในปัจจุบันอย่าง SWIFT PayPal หรือ Google Pay ที่ยังเป็นสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์ ซึ่งถูกตรวจสอบและควบคุมโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาทุกการโอนจ่าย หรือแพลตฟอร์มการชำระเงินของประเทศจีนอย่าง Alipay หรือ WeChat Pay ก็เป็นระบบการเงินแบบรวมศูนย์ซึ่งถูกตรวจสอบและควบคุมโดยรัฐบาลจีนเช่นเดียวกัน หากเราไปยึดติดกับแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ของประเทศมหาอำนาจมากไป ประเทศเราก็จะขาดความมีอิสระในการทำธุรกรรมกับประเทศอื่นๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ ฉะนั้นแพลตฟอร์มบิตคอยน์จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดและเหมาะสมสำหรับประเทศเล็กๆอย่างเรา ที่ยึดนโยบายเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
BITCOIN FITS IN THAILAND 4.0 DIGITAL STRATEGY
บิตคอยน์กับยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอลมีความเกื้อกูลต่อกัน ธนาคารกลางเกือบทุกประเทศทั่วโลกกำลังเดินหน้าในโครงการสกุลเงินดิจิตอล หรือเรียกว่า Central Bank Digital Currency (CBDC) ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ในเมื่อโครงการเงินบาทดิจิตอลเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยควรนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศบางส่วนไปลงทุนในบิตคอยน์ เพื่อนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินบาทดิจิตอล เนื่องจากโลกให้การยอมรับแล้วว่าบิตคอยน์คือทองคำดิจิตอล ตามโครงสร้างเงินสำรองระหว่างประเทศมีสัดส่วนที่เป็นทองคำอยู่แล้ว การเปลี่ยนจากทองคำแท่งมาเป็นทองคำดิจิตอลจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเพื่อลดความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพของเงินบาทในระยะยาว
.
By #Satochit
.
REFERENCE
บทความชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลมาจากบทความ “Why India Should Buy Bitcoin” โดย Balaji S. Srinivasan ซึ่งพี่ชิตเชื่อว่าแนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์กับประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน หรือจริงๆแล้วใช้ได้กับทุกประเทศที่ไม่ได้เป็นประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกากับจีน